การเริ่มต้นของชีวิต มวลอากาศแรกที่ได้สูดเข้าสู่โพรงจมูกผ่านหลอดลมจนถึงปอดอันน้อยๆอันนั้น จนได้เปล่งเสียงร้องจ้าออกมา

ชีวิตเริ่มต้นด้วยเส้นทางของวัยเยาว์ วัยเรียนรู้สิ่งที่เป็นพื้นฐานของชีวิต เพื่อจะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง เป็นเส้นทางที่มีคนคอยชี้แนะชี้นำให้ทำตามครรลองที่คนในวัยเยาว์พึงปฏิบัติ จะชั่วหรือดีมีให้เลือกก็แล้วแต่ประสบการณ์ชีวิตใครจะพานพบมา

ต่อจากนั้นก็เป็นทางที่พ้นวัยฝึกฝนทดลอง เป็นทางที่ต้องออกไปสู่สนามชีวิตจริง ล้มลงไปก็เจ็บจริง เจ็บแล้วต้องจำ จำจนเข้าใจ ว่าอะไรๆ ไม่ได้ง่ายอย่างที่เคยเป็นมาอีกแล้ว แต่ผู้ที่ผ่านทางนี้มาก่อนมักพร่ำบอกอยู่เสมอว่า มันก็ไม่ยากเกิน ถ้าตั้งใจเดินอย่างไม่ย่อท้อ

ถึงขณะนี้เท่าที่เดินมาไม่ว่าจะอยู่ในวัยเยาว์หรือพ้นวัยเยาว์ไปแล้ว เมื่อหันหลังกลับไปตามเส้นทางที่เดินมา มันคงจะเลี้ยวลดคดเคี้ยวจนไม่เห็นจุดเริ่มต้น มองไปทางข้างหน้าก็เป็นยิ่งกว่าเขาวงกตไม่เห็นจุดหมาย มีทางให้เลือกเดินมากมาย ไม่มีทางไหนที่ถูกหรือผิด ต่างกันตรงที่จะมีอุปสรรคขวางอยู่มากหรือน้อยกว่ากัน

มีคนบอกว่าทุกทางพาไปถึง ‘จุดหมาย’ ทั้งสิ้น ไม่มีทางใดเป็น ‘จุดจบ’ นอกจากเราจะทำให้มันเป็นจุดจบเสียเอง จุดจบอยู่ที่ตัวเรากำหนด

จุดจบของบางคนอาจอยู่ตรงนี้ตรงที่ยืนอยู่นี้ ตรงหน้าเขาวงกตแห่งนี้ เพราะไม่ตัดสินในเลือกสักทาง กลายเป็นทางตันสำหรับบุคคลผู้นั้น เพราะย่อท้อเกินกว่าจะเข้าไปเผชิญภัยในเขาวงกต หากทิ้งชีวิตไปตรงที่อุปสรรคขวางอยู่นี้ก็ถือว่าเป็นจุดจบได้

หากได้หยุดและแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันจะบอกอะไรนอกจากวันคืนที่ผ่านเลยไป ความมืดและความสว่างที่ผ่านไปแต่ละวันคืน จะพาให้ท้อใจก่อนถึงเวลาอันควร ควรมีสติตั้งมั่นและเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ว่าวันและวัยที่ผ่านเราไปนั้นมิได้ทลายความตั้งใจดีๆ ของเราไปได้

การก้มลงไปสัมผัสพื้นและมองมันอย่างเพ่งพินิจทำให้เห็นและเข้าใจความเป็นไปของผู้ผ่านมาก่อนหน้า จากรอยเท้า รอยเลือดที่หยดเป็นทาง ความแข็งกร้านของแผ่นดินหรืออ่อนนุ่มของผืนหญ้า มันกำลังบอกอะไรบางอย่าง จากนี้จะต้องก้าวเดินออกไปในทางที่เลือก ก้าวออกไปอย่างมั่นใจและมั่นคง

เป็นสัญญาณว่าการเดินทางที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น