<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>เข้าใจพิมพ์</title>
	<atom:link href="http://understandbooks.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://understandbooks.wordpress.com</link>
	<description>- understandbooks -</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 Jul 2011 08:36:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='understandbooks.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>เข้าใจพิมพ์</title>
		<link>http://understandbooks.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://understandbooks.wordpress.com/osd.xml" title="เข้าใจพิมพ์" />
	<atom:link rel='hub' href='http://understandbooks.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ศิลปะของการเขียนในสิ่งที่เขียนไม่ได้ และการไม่เขียนในสิ่งที่เขียนได้</title>
		<link>http://understandbooks.wordpress.com/2011/07/25/the-art-of-writing/</link>
		<comments>http://understandbooks.wordpress.com/2011/07/25/the-art-of-writing/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2011 04:34:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>understand books</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความเห็น/วิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลงานของนักเขียนถนัดซ้ายผู้ด้อยพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วรวิช ทรัพย์ทวีแสง]]></category>
		<category><![CDATA[วาด รวี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[IMAGE]]></category>
		<category><![CDATA[IMAGE MUST READ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://understandbooks.wordpress.com/?p=447</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหาหนึ่งในศิลปะการเขียนเรื่องสั้นที่ดำรงอยู่ในทุกสมัยก็คือ จะทำให้ &#8216;สิ่งที่ไม่ได้เขียน&#8217;นั้น ปรากฎขึ้นได้อย่างไร ผู้เขียนเรื่องสั้นจะต้องแสวงหาหนทางในการทำให้ผู้อ่านรู้ในสิ่งที่ตนอยากจะบอกแต่บอกไม่ได้ เพราะการบอกนั้นจะลดทอนเนื้นหาของสิ่งที่จะบอก หรือแม้แต่ทำลายความเป็นศิลปะในเรื่องสั้นลงให้กลายเป็นเพียงนิทานสอนใจ (อันที่จริง แม้แต่นิทานสอนใจก็ยังแสวงหาชั้นเชิงในการบอกเล่าเพื่อให้ผู้อ่านรู้สิ่งที่ต้องการ&#8217;สอน&#8217; เพียงแต่มีการเฉลยในตอนจบเพื่อประกันว่าสิ่งที่ผู้อ่านหรือผู้ฟังจะต้อง&#8217;รู้&#8217;นั้นคือสิ่งเดียวกัน) รวมเรื่องสั้น ผลงานของนักเขียนถนัดซ้ายผู้ด้อยพัฒนา ของ วรวิช ทรัพย์ทวีแสง ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะ&#8217;ไม่บอก&#8217;ผู้อ่านจนดูเหมือนจะข้ามเส้นไปสู่การ&#8217;ไม่มีอะไรจะบอก&#8217; คำถามแรกจากผู้อ่านที่ผู้เขียนจะต้องเผชิญจึงคือ &#8216;เขียนมาให้อ่านทำไม?&#8217; เพราะข้อตกลงข้อแรกในการอ่านเรื่องสั้นระหว่างผู้อ่านและผู้เขียนก็คือ ผู้เขียนเขียนเรื่องออกมาให้ผู้อ่านอ่านก็เพื่อจะ&#8217;บอก&#8217;อะไรสักอย่าง ถ้าไม่มีอะไรจะบอก แล้วจะเขียนมาให้อ่านทำไม? &#8220;ผมไม่ได้เขียนรหัสมาให้ถอด ถึงต้องมีเฉลยว่าสิ่งที่ผมจะบอกคืออะไรอย่างไร แล้วบอกว่าถูกต้อง&#8221; ข้างต้นเป็นบางส่วนจากบทสัมภาษณ์วรวิช ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 มกราคม 2554 คำกล่าวนี้มักได้ยินได้ฟังจากนักเขียนอยู่บ่อยครั้ง แต่มันก็เป็นเพียง&#8217;ท่าที&#8217; หรือ&#8217;การแสดงออก&#8217;อย่างหนึ่ง เพราะไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า ถ้าไม่มีอะไรจะบอก(จริงๆ) แล้วเขียนมาให้อ่านทำไม? เพราะงานเขียนในกรณีที่เป็นงานเขียนสาธารณะนั้น ผู้เขียนย่อมคาดหวังการตอบสนองจากผู้อื่น อย่างน้อยก็คือ&#8217;การอ่าน&#8217; ผู้เขียนไม่ได้เขียนออกมาเฉยๆ ไม่ได้เขียนเสร็จก็เผาทิ้งหรือเก็บไว้ในลิ้นชัก แต่ได้ทำการเผยแพร่ และแม้แต่ใช้พลังอย่างมากมายเพื่อจะเผยแพร่ข้อเขียนออกไปสู่สาธารณะ ความเป็นไปของกิจกรรมเหล่านี้ทั้งหมด ล้วนตั้งอยู่บนข้อตกลงระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านว่า ผู้เขียนต้องการเสนออะไรบางอย่างซึ่งมากไปกว่าแค่กระดาษสี่เหลี่ยมเอามาเย็บติดกันเป็นเล่ม อย่างไรก็ตามในบทสัมภาษณ์ชิ้นเดียวกันนี้ วรวิชก็ได้ขยายความเพิ่มว่า &#8220;ผมอยากให้ผู้อ่านถามตัวเองมากกว่า ว่าอ่านแล้วคิดอย่างไรหรือได้รับอะไรไป นั่งก็คงเป็นสิ่งที่เรื่องสั้นของผมทำหน้าที่ คือสื่อความนั้นๆ ไปถึงผู้อ่าน ซึ่งบางทีผมไม่ได้คิดถึงตรงนั้นด้วยซ้ำ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=understandbooks.wordpress.com&amp;blog=4387458&amp;post=447&amp;subd=understandbooks&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-453" title="ปกนิตยสาร IMAGE มิถุนายน 2554" src="http://understandbooks.files.wordpress.com/2011/07/image2011-06_00-001.jpg?w=230&#038;h=300" alt="" width="230" height="300" /></p>
<p style="text-align:left;">ปัญหาหนึ่งในศิลปะการเขียนเรื่องสั้นที่ดำรงอยู่ในทุกสมัยก็คือ จะทำให้ &#8216;สิ่งที่ไม่ได้เขียน&#8217;นั้น ปรากฎขึ้นได้อย่างไร</p>
<p>ผู้เขียนเรื่องสั้นจะต้องแสวงหาหนทางในการทำให้ผู้อ่านรู้ในสิ่งที่ตนอยากจะบอกแต่บอกไม่ได้ เพราะการบอกนั้นจะลดทอนเนื้นหาของสิ่งที่จะบอก หรือแม้แต่ทำลายความเป็นศิลปะในเรื่องสั้นลงให้กลายเป็นเพียงนิทานสอนใจ (อันที่จริง แม้แต่นิทานสอนใจก็ยังแสวงหาชั้นเชิงในการบอกเล่าเพื่อให้ผู้อ่านรู้สิ่งที่ต้องการ&#8217;สอน&#8217; เพียงแต่มีการเฉลยในตอนจบเพื่อประกันว่าสิ่งที่ผู้อ่านหรือผู้ฟังจะต้อง&#8217;รู้&#8217;นั้นคือสิ่งเดียวกัน)</p>
<p>รวมเรื่องสั้น <em>ผลงานของนักเขียนถนัดซ้ายผู้ด้อยพัฒนา</em> ของ วรวิช ทรัพย์ทวีแสง ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะ&#8217;ไม่บอก&#8217;ผู้อ่านจนดูเหมือนจะข้ามเส้นไปสู่การ&#8217;ไม่มีอะไรจะบอก&#8217;</p>
<p>คำถามแรกจากผู้อ่านที่ผู้เขียนจะต้องเผชิญจึงคือ &#8216;เขียนมาให้อ่านทำไม?&#8217; เพราะข้อตกลงข้อแรกในการอ่านเรื่องสั้นระหว่างผู้อ่านและผู้เขียนก็คือ ผู้เขียนเขียนเรื่องออกมาให้ผู้อ่านอ่านก็เพื่อจะ&#8217;บอก&#8217;อะไรสักอย่าง ถ้าไม่มีอะไรจะบอก แล้วจะเขียนมาให้อ่านทำไม?</p>
<p><em>&#8220;ผมไม่ได้เขียนรหัสมาให้ถอด ถึงต้องมีเฉลยว่าสิ่งที่ผมจะบอกคืออะไรอย่างไร แล้วบอกว่าถูกต้อง&#8221;</em></p>
<p>ข้างต้นเป็นบางส่วนจากบทสัมภาษณ์วรวิช ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 มกราคม 2554 คำกล่าวนี้มักได้ยินได้ฟังจากนักเขียนอยู่บ่อยครั้ง แต่มันก็เป็นเพียง&#8217;ท่าที&#8217; หรือ&#8217;การแสดงออก&#8217;อย่างหนึ่ง เพราะไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า ถ้าไม่มีอะไรจะบอก(จริงๆ) แล้วเขียนมาให้อ่านทำไม? เพราะงานเขียนในกรณีที่เป็นงานเขียนสาธารณะนั้น ผู้เขียนย่อมคาดหวังการตอบสนองจากผู้อื่น อย่างน้อยก็คือ&#8217;การอ่าน&#8217; ผู้เขียนไม่ได้เขียนออกมาเฉยๆ ไม่ได้เขียนเสร็จก็เผาทิ้งหรือเก็บไว้ในลิ้นชัก แต่ได้ทำการเผยแพร่ และแม้แต่ใช้พลังอย่างมากมายเพื่อจะเผยแพร่ข้อเขียนออกไปสู่สาธารณะ ความเป็นไปของกิจกรรมเหล่านี้ทั้งหมด ล้วนตั้งอยู่บนข้อตกลงระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านว่า ผู้เขียนต้องการเสนออะไรบางอย่างซึ่งมากไปกว่าแค่กระดาษสี่เหลี่ยมเอามาเย็บติดกันเป็นเล่ม อย่างไรก็ตามในบทสัมภาษณ์ชิ้นเดียวกันนี้ วรวิชก็ได้ขยายความเพิ่มว่า</p>
<p><em>&#8220;ผมอยากให้ผู้อ่านถามตัวเองมากกว่า ว่าอ่านแล้วคิดอย่างไรหรือได้รับอะไรไป นั่งก็คงเป็นสิ่งที่เรื่องสั้นของผมทำหน้าที่ คือสื่อความนั้นๆ ไปถึงผู้อ่าน ซึ่งบางทีผมไม่ได้คิดถึงตรงนั้นด้วยซ้ำ ถ้าคนอ่านอ่านงานผมแล้วเห็นความคิดตัวเอง นั่นผมถือว่างานผมได้ทำหน้าที่อย่างดีแล้ว&#8221;</em></p>
<p>จากคำตอบข้างต้น ทำให้เห็นว่า &#8216;อะไรบางอย่าง&#8217;ที่วรวิชต้องการเสนอกับผู้อ่านนั้น ไม่สามารถ&#8217;บอก&#8217;ได้ เพราะสิ่งที่ผู้เขียนต้องการเสนอจริงๆ คือ &#8216;กระบวนในการขบคิด (โดยตัวของผู้อ่านเอง)&#8217;</p>
<p>เงื่อนไขของการ &#8216;มีอะไรบางอย่างจะบอก&#8217; นั้น กล่าวได้ว่าเป็นพันธกรณีระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน โดยเฉพาะในกรณีของเรื่องสั้นพันธกรณีนี้ยังมีความพิเศษขึ้นไปอีก กล่าวคือ นอกจากผู้อ่านจะคาดหวัง&#8217;อะไรบางอย่างที่ผู้เขียนจะบอก&#8217;แล้ว ผู้อ่านยังคาดหวังอีกด้วยว่าอะไรบางอย่างนั้นจุถูกบอกเล่า&#8217;อย่างไร&#8217; และสิ่งนี้ก็ขับเคลื่อนพัฒนาการของศิลปะการเขียนเรื่องสั้นให้มีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของชั้นเชิงการเล่าเรื่องมาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดการสั้นสะเทือนในแวดวงทางปัญญาครั้งใหญ่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปรัชญาความคิดเกี่ยวกับ &#8216;ความจริงที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว&#8217; หรือ &#8216;ความจริงแท้&#8217; ได้ถูกสั่นคลอนและส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งในแวดวงการเขียนเรื่องสั้น ก็คือ การเขียนในสิ่งที่ไม่มีอะไรจะบอก</p>
<p>แต่แม้ว่าการเขียนในสิ่งที่ไม่มีอะไรจะบอกได้สะท้อนให้เห็นการแตกสลายของความจริงสูงสุดในทางปรัชญา แต่เนื้อหาสาระของสิ่งนี้โดยตัวของมันเองก็อนุญาตให้กระทำได้เพียง&#8217;ครั้งแรก&#8217; ครั้งเดียวเท่านั้น(Original) เพราะการเขียน &#8216;สิ่งที่ไม่มีอะไรจะบอก&#8217; ซ้ำๆ ซากๆ โดยไม่ก่อให้เกิดความหมายอะไรใหม่ คือการผลิตซ้ำที่ไร้ความหมายและต่อต้านปรัชญาของตัวมันเอง (กลายเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่มันโจมตี) และคนอ่านก็อาจตอบว่า <em>&#8220;กูรู้แล้วโว้ย (ว่ามึงไม่มีอะไรจะบอก) บอกครั้งเดียวก็พอ&#8221;</em></p>
<p>ดังนั้น ผลสะเทือนของกระบวนการสร้างสรรค์นี้จึงส่งให้องค์ประธานของการเฉลยกระดอนจาก&#8217;ผู้เขียน&#8217; มาเป็น&#8217;ผู้อ่าน&#8217; โดยผู้เขียนลดทอนฐานะในพิธีกรรมการอ่านจากการเป็นผู้ให้ความหมายมาสูการเป็นเพียง&#8217;ผู้ตระเตรียมตัวบท&#8217; และเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่ของกระบวนการสร้างความหมายให้กับผู้อ่านเท่านั้น</p>
<p>ทว่า <em>ผลงานของนักเขียนถนัดซ้ายผู้ด้อยพัฒนา</em> ไม่มีอะไรจะบอกจริงๆ หรือ?</p>
<p>สังเกตได้ว่า แม้แต่นัยของชื่อหนังสือ ก็แสดงให้เห็นว่ามี&#8217;อะไรบางอย่าง&#8217;ที่จะบอก และผู้อ่านก็สามารถรู้โดยนัยได้ในทันที อย่างน้อยที่สุดก็จะต้องรู้ว่า เรื่องสั้นเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง หรืออย่างน้อยก็จะต้องมีความเชื่อมโยงอย่างใดอย่างหนึ่งกับการเมือง</p>
<p>สิ่งที่ผมเห็นว่าน่าสนใจที่สุดในการอ่านรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ก็คือ มันเป็นรวมเรื่องสั้นที่มีลีลาการเขียนที่&#8217;ไม่บอก&#8217; หรือเขียนโดยลดทอนสิ่งที่จะบอกลงให้น้อยที่สุด ในบริบทการเมืองไทยแบบยุคกลางที่เต็มไปด้วยสิ่งที่&#8217;ไม่สามารถจะเขียน&#8217;ได้ ดังนั้น การลดทอนสิ่งที่เขียนได้ตามปรกติมาสู่การ&#8217;ไม่เขียน&#8217; จึงทำให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่าง&#8217;สิ่งที่เขียนได้ตามปรกติ&#8217; กับ&#8217;สิ่งที่ไม่สามารถเขียนได้เป็นอันขาด&#8217; ไม่ว่ามันจะเป็นความบังเอิญหรือความจงใจทางศิลปะ แต่มันก็ยังความเป็นการประจวบเหมาะที่น่าอัศจรรย์อยู่ดีสำหรับการเขียน-อ่านเรื่องสั้น ณ ขณะนี้</p>
<p>และอำนาจย่อมขึ้นอยู่กับผู้อ่านว่าจะทำให้&#8217;สิ่งที่เขียนไม่ได้&#8217;เปล่งความหมายออกมาหรือไม่ในท่ามกลางสิ่งที่เขียนได้แต่ไม่ได้เขียน</p>
<p style="text-align:center;">…<br />
นิตยสาร: <strong>IMAGE  ปีที่ 24 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2554</strong><br />
คอลัมน์​: <strong>IMAGE MUST READ<br />
</strong>โดย:<strong> </strong><span class="Apple-style-span" style="font-weight:800;">วาด รวี</span></p>
<br />Filed under: <a href='http://understandbooks.wordpress.com/category/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c/'>ความเห็น/วิจารณ์</a> Tagged: <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b9%89/'>ผลงานของนักเขียนถนัดซ้ายผู้ด้อยพัฒนา</a>, <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/'>วรรณกรรม</a>, <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a-%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87/'>วรวิช ทรัพย์ทวีแสง</a>, <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b5/'>วาด รวี</a>, <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/'>เรื่องสั้น</a>, <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/image/'>IMAGE</a>, <a href='http://understandbooks.wordpress.com/tag/image-must-read/'>IMAGE MUST READ</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/understandbooks.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/understandbooks.wordpress.com/447/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=understandbooks.wordpress.com&amp;blog=4387458&amp;post=447&amp;subd=understandbooks&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://understandbooks.wordpress.com/2011/07/25/the-art-of-writing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ceeff1548c65e8e04dd482f07a3d25f1?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">worawich</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://understandbooks.files.wordpress.com/2011/07/image2011-06_00-001.jpg?w=230" medium="image">
			<media:title type="html">ปกนิตยสาร IMAGE มิถุนายน 2554</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
