สั้นๆ ง่ายๆ
หากว่ามันมีจุดอยู่สองจุดตั้งอยู่ห่างกัน จุดหนึ่งมันถูกเรียกว่า ‘จุดหมาย’ และอีกจุดหนึ่งถูกเรียกว่า ‘จุดเริ่มต้น’ ระหว่างสองจุดนั้นมันก็คือ ‘การเดินทาง’ การเดินทางที่ผมจะเอ่ยถึงมีความหมายเพียงเท่านี้จริงๆ
แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เราแทน ‘จุดหมาย’ นั้นด้วยสถานที่ใด เป็นสถานที่ซึ่งมีอยู่จริง จุดหมายของการเดินทางเหล่านี้เป็น ‘การเดินทางภายนอก’ คือเราพาตัวออกไปสัมผัสกับสถานที่ที่เราจะไปถึงมันได้ ไปเหยียบย่ำมันได้ ไม่ว่าจะด้วยเดินเท้าไป นั่งรถ ลงเรือ ขึ้นเครื่องบินไป เพื่อให้ถึงจุดหมายได้สมความตั้งใจ
หากเราแทนจุดหมายด้วยสิ่งที่เป็นนามธรรม ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ ความสำเร็จ ความร่ำรวย ความเจริญก้าวหน้า ความสนุกรื่นเริง ความอบอุ่น ความดี ความสงบ ความสุข ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนามธรรมด้านบวกทั้งสิ้น จุดหมายของการเดินทางเหล่านี้เป็น ‘การเดินทางภายใน’ คือเราไม่ต้องพาตัวออกไปที่แห่งหนตำบลใด เพียงแต่เรารู้สึกอยู่ภายใน เดินทางดำดิ่งลึกสู่ก้นบึ้งของจิตใจ ตามแต่ที่จะจินตนาการนึกคิดเอา
ภาพจำนวนมากมายผุดขึ้นมาในขณะที่เราหลับตา แม้ว่าเปลือกตาจะปิดสนิทเท่าใด ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงวูบไหวแต่ก็ชัดแจ้ง กระจัดกระจายล่องลอยดั่งฝุ่นละอองบนทางลูกรัง ในตำบลซึ่งไกลโพ้นกันดานของวันที่ลมแรงกลางฤดูร้อนอันแห้งผาก หนทางที่อยู่ภายในนั้นก็กว้างใหญ่และลึกลับน่าค้นหาไม่แพ้หนทางภายนอกเช่นกัน
แม้ว่าจุดหมายปลายทางจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้าทุกๆ จุดเริ่มต้นนั้นถูกแทนด้วย ‘ตัวเรา’ แล้ว ‘ตัวเรา’ ก็คือส่วนหนึ่งของการเดินทาง
หากไม่มีเราก็ไม่มีใครเป็นผู้เดินทาง ก็จะไม่มีผู้ที่เดินทางมาก่อน ไม่มีรอยเท้าของผู้เดินทาง ไม่มีผู้เดินตามรอยเท้า ไม่มีผู้สร้างรอยเท้าใหม่ๆ ไม่มีผู้นำ ไม่มีผู้ตาม ไม่มีผู้กล้า ไม่มีวีรบุรุษ ไม่มีนักสู้ และท้ายสุดก็จะไม่มี ‘การเดินทาง’
ชีวิตที่ปราศจากการเดินทางจึงไม่เรียกว่าชีวิต เป็นเพียงศพที่ไม่เน่าเปื่อยไม่ผุพังซึ่งไร้ค่าและรกโลกรกจักรวาล
แม้ต้นไม้หรือวัชพืชก็ยังส่งกิ่ง ก้าน ใบ ผล ดอกสะพรั่ง เดินทางจากพื้นดินทิ่มทะลุขึ้นสู่ผนังฟ้ากว้าง ซุกไซ้ชอนไชหยั่งรากลงใต้พื้นปฐพีทั้งทางลึกและแผ่ขยายวงกว้าง ผ่านฤดูกาล ผ่านเวลา อย่างมีคุณค่าและความหมาย มันมีชีวิตมันจึงถูกขนานนามไว้เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับสัตว์เดรัจฉานและมนุษย์อย่างเรา
ถึงแม้จะเป็นสิ่งไม่มีชีวิต สิ่งของ เครื่องใช้ สสารวัตถุต่างๆ นานา พวกมันก็ยังเดินทางผ่านกาลเวลาอันไหลเรื่อยสม่ำเสมอไม่หยุดหย่อน กลายเป็นสิ่งของที่อัดแน่นด้วยความทรงจำอันเปราะบางและพร่าเลือน แม้หินอุกาบาตไร้ชีวิตไร้อารมณ์ ก็ยังเดินทางล่องลอยพุ่งชนดวงดาวก่อให้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ผันแปรให้ดาวที่ไร้ชีวิตและวิญญาณกลายเป็นที่พำนักอาศัยของสิ่งมีชีวิตอันหลากหลายในโลกใบเดียวกันได้ นี่คือการเดินทางของสิ่งไม่มีชีวิต อันทรงคุณค่าและความหมาย
‘สรรพสิ่ง’ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ด้วยเช่นกัน
สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา สิ่งที่เราใช่ชีวิตร่วมกับมัน ทุกสิ่งเดินทางผ่านกาลเวลาไปพร้อมๆ กับร่างกายของเรา อายุขัยของเรา เรื่องราวประวัติชีวิต ตั้งแต่เราเกิด อาหารการกิน ชื่อเรียกที่เราได้มา การร่ำเรียนหนังสือ รู้จักเพื่อน หนีเรียน ไปเที่ยว กิจกรรมยามว่างที่เราทำ หนังที่เราดู เพลงที่เราฟัง หนังสือที่เราอ่าน งานที่เราทำ เงินเดือนที่เราได้ การกระทำคำพูดของเรา ทัศนคติความคิด ความเห็นของเรา ต่างเป็นพยานได้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
ซึ่งมันก็คือการเดินทางไปบน ‘เส้นทางชีวิตของเรา’ นั่นเอง